|
ลีลาวดี
มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อนแถบอเมริกาใต้ อเมริกากลาง และหมู่เกาะแคริบเบียน แล้วกระจายพันธุ์ไปยังพื้นที่โดยรอบบริเวณหมู่เกาะบาฮามัส เม็กซิโก จาไมก้า คิวบา เวเนซูเอลา โคลัมเบีย บลาซิล ฯลฯ
แล้วความนิยมยังมิได้สะดุดหยุดลงตรงแค่นั้น ยังกระจายกลายเป็นศูนย์รวมสายพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่ในอเมริกา โดยเฉพาะที่ฮาวาย ถือเป็นแหล่งรวบรวมลีลาวดีหลากหลายสายพันธุ์จากทั่วทุกมุมโลก...
ส่วนการเข้ามาของลีลาวดีในภูมิภาพเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไม่มีหลักฐานปรากฏ
เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน 2 3 แนวทางที่พอมีเค้ามูล กล่าวคือ...โดยผ่านเข้ามาทางเขมรในราวพุทธศตวรรษที่ 17 สมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 (พ.ศ.1650 1700) กษัตริย์ผู้ทรงสร้างนครวัด
แล้วกระจายเข้าสู่ประเทศลาว อันน่าจะเป็นที่มาของชื่อเมืองจำปาสักและนครจำปาศรี โดยที่ลีลาวดีนั้นชาวลาวเรียกว่า ดอกจำปา และปัจจุบันดอกจำปาถือเป็นดอกไม้ประจำชาติลาว...
อีกข้อสันนิษฐานกล่าวว่าน่าจะเข้ามาทางปากแม่น้ำโขง
เพราะมีอาณาจักรโบราณแห่งหนึ่งอยู่ในเวียดนามชื่ออาณาจักร จาม หรือ จามปา มีธนชาติจาม คือ ผู้ที่อพยพเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ แล้วถูกเรียกว่า แขกครัว หรือ แขกบ้านครัว เป็นเจ้าของอาณาจักร
ชื่อ จำปา หรือ จัมปา ยังเกี่ยวข้องกับชื่อ นครกาลจำบากนาคบุรีศรี ในลาวภาคใต้สมัยโบราณต่อมาเชื้อสายราชวงศ์ลาวเวียงจันท์อพยพไปตั้งบ้านเมืองใหม่
ยังใช้ชื่อเค้าเดิมว่า นครจำปาศักดิ์นัคบุรี หรือที่เรียกกันทุกวันนี้ว่า แคว้นจำปาศักดิ์
หรือแม้ชื่อพระนาง จามเทวี เชื้อสายราชวงศ์ละโว้ (ลพบุรี) ที่ขึ้นไปครองเมืองหริกุญไชย (ลำพูน) ก็น่าเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับชนชาติจามและชื่อจำปาหรือจัมปานี้เอง...
อีกข้อสันนิษฐานเชื่อว่าลีลาวดีเข้าสู่ประเทศไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาราว
พ.ศ.2260 ซึ่งตรงกับสมัยพระเจ้าท้ายสระที่มีการติดต่อค้าขายกับสเปน โดยทหารสเปนที่เข้ามายึดฟิลิปปินส์เป็นอาณานิคม ได้นำลั่นทมมาจากอาณานิคมแถบละตินอเมริกาผ่านเข้ามาทางฟิลิปปินส์สู่ไทย
แต่ความชัดเจนเริ่มเด่นชัดในสมัยรัชกาลที่
4 ที่มีการสร้างพระราชวังที่ จ.เพชรบุรี คือ พระนครคีรีหรือเขาวัง....รวมถึงการก่อสร้างพระราชฐานฤดูร้อนที่เกาะสีชัง ในสมัย ร.5 ปี พ.ศ.2435 ซึ่งมีการปลูกลั่นทมไว้จำนวนมาก
จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเกาะแห่งนี้ในเวลาต่อมา....
|